ใครที่เคย ซื้อของจากจีน แล้วเจอเหตุการณ์ “ของติดด่าน” หรือ “ถูกเรียกเก็บภาษี” กะทันหัน คงจะเคยมีอาการใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม เพราะไม่รู้จะทำยังไงต่อดี บางคนเสียภาษีไม่เท่าไหร่ก็ยังพอรับได้ แต่บางเคสกลับโดนเรียกเก็บหลายพันหรือหลักหมื่น!
บทความนี้จะพาไปไขข้อสงสัยว่า เมื่อซื้อของจากจีนแล้วติดด่าน ต้องทำยังไงบ้าง?
รวมถึงเทคนิคเลี่ยงความยุ่งยากที่ควรรู้ก่อนกดสั่ง เพื่อไม่ให้เจอค่าใช้จ่ายบานปลายแบบไม่ทันตั้งตัว
สาเหตุหลักที่ของติดด่านและโดนภาษี
ก่อนอื่น เราต้องเข้าใจว่า ด่านศุลกากรมีหน้าที่ ตรวจสอบและจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ตามกฎหมาย
สิ่งที่ทำให้พัสดุของคุณ “ติดด่าน” หรือถูกตรวจสอบมีหลายปัจจัย เช่น:
- มูลค่าสินค้าสูงเกินเกณฑ์ ที่กำหนด (ปัจจุบันประมาณ 1,500 บาทขึ้นไป)
- สินค้าต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตพิเศษ เช่น เครื่องสำอาง อาหาร ของแบรนด์เนม
- ปริมาณเยอะจนดูเหมือนนำเข้ามาขาย
- พัสดุไม่มีใบแสดงมูลค่าชัดเจน หรือข้อมูลไม่ตรงกัน
โดนภาษีแล้วต้องทำยังไง?
หากคุณ ซื้อของจากจีน แล้วได้รับแจ้งว่าพัสดุติดด่าน หรือถูกเรียกเก็บภาษี ให้ทำตามขั้นตอนนี้:
1. ตรวจสอบเอกสารจากไปรษณีย์หรือบริษัทขนส่ง
- ไปรษณีย์หรือบริษัทขนส่งจะส่งใบแจ้งหรือโทรแจ้งคุณ
- ในใบแจ้งจะมีข้อมูลว่า สินค้าของคุณถูกตรวจสอบ และต้องชำระภาษีเท่าไหร่
2. ชำระภาษีนำเข้า + VAT 7%
- โดยทั่วไป ภาษีนำเข้าคิดตาม “ประเภทสินค้า” และ “มูลค่า CIF (สินค้า + ขนส่ง + ประกัน)”
- ตัวอย่างเช่น ถ้าสินค้าของคุณอยู่ในหมวดที่เสียภาษี 5% และมูลค่า CIF รวม 2,000 บาท
คุณจะต้องเสียภาษีนำเข้า 100 บาท + VAT 7% อีก 147 บาท รวมเป็น 247 บาท
3. ติดต่อขอชี้แจงหรืออุทธรณ์ (ถ้าจำเป็น)
- หากคุณคิดว่าถูกตีราคาสินค้าสูงเกินจริง
หรือสินค้าไม่ต้องเสียภาษี สามารถติดต่อกรมศุลกากรเพื่อชี้แจงหรือยื่นหลักฐานเพิ่มเติมได้
4. รับของตามปกติหลังจ่ายภาษีแล้ว
- หลังชำระภาษีเรียบร้อย สินค้าจะถูกจัดส่งถึงคุณ หรือให้ไปรับที่ไปรษณีย์/ศุลกากรตามที่แจ้ง
เทคนิคเลี่ยงปัญหาของติดด่านเมื่อซื้อของจากจีน
แม้จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาษีได้ 100% หากคุณ ซื้อของจากจีน อย่างถูกต้อง แต่คุณสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีต่อไปนี้:
• วางแผนการซื้อให้เหมาะสม
- ไม่สั่งของหลายชิ้นในคราวเดียว หากไม่ได้ตั้งใจนำเข้าขาย
- แยกออเดอร์ออกเป็นหลายกล่อง หากเป็นสินค้าที่มีโอกาสติดด่าน
• ระบุข้อมูลสินค้าชัดเจน
- ขอให้ร้านค้าระบุรายละเอียดสินค้าเป็นภาษาอังกฤษ และเขียนมูลค่าที่แท้จริงให้ชัด
- อย่าให้ร้านเขียนว่า “gift” หรือ “sample” หากไม่เป็นความจริง อาจถูกตรวจสอบเข้มงวดกว่าเดิม
• เลือกชิปปิ้งหรือตัวแทนที่เชี่ยวชาญ
- หากคุณไม่มั่นใจในการจัดการเอง การใช้บริการชิปปิ้งที่มีประสบการณ์สามารถช่วยลดปัญหาได้มาก
- ชิปปิ้งบางรายมีบริการ “เคลียร์ภาษีให้” รวมถึงให้คำแนะนำก่อนสั่งสินค้า
สรุป: ซื้อของจากจีนไม่ได้น่ากลัว ถ้ารู้วิธีรับมือกับภาษี
การ ซื้อของจากจีน มีข้อดีเรื่องต้นทุน แต่ก็ต้องรู้เท่าทันกฎระเบียบศุลกากร เพื่อไม่ให้เจอปัญหาตามมา
ถ้าคุณวางแผนล่วงหน้า ตรวจสอบมูลค่าพัสดุ และเลือกวิธีขนส่งที่เหมาะสม โอกาสที่ของจะติดด่านหรือโดนภาษีหนักก็จะน้อยลงอย่างชัดเจน
